![]() ![]() |
| Guest_mint2533_* |
Aug 23 2007, 12:56 PM
Post
#1
|
|
Guests |
แม่เค้าฝากถามมานะค่ะ
คือว่าตอนที่แม่มีแฟนคนสวีเดนแล้วแฟนคนนี้ก้อเป็นคนการันตีหรือรับรองให้วีซ่า 2 ปีค่ะ ทั้งแม่ ตัวมิ้นท์ และน้องอีก1คนค่ะ แล้วพออยุ่ไปแม่เกิดมีปัญหากับแฟนเค้า แล้วก็เลืกกัน คือแม่ มิ้น และน้อง ย้ายออกมาจากบ้านแฟนแม่ แล้วมาอยุ่กับเพื่อนแม่ที่เป็นคนไทยด้วยกัน แล้วเพื่อนแม่ก้อติดต่อผู้ชายคนใหม่ให้แม่ แล้วตอนนี้คืออยุ่ที่บ้านแฟนใหม่แม่แล้วค่ะ ทั้งแม่ มิ้นท์ และน้อง อยากจะถามว่า 1. แฟนเก่าแม่สามารถไปขอยกเลิกวีซ่าพวกเราได้มั้ยค่ะ 2. แล้วถ้าเกิดเค้ายกเลิกวืซ่า แม่จะให้แฟนใหม่แม่การันตีต่อได้มั้ยค่ะ 3. ถ้าเกิดไม่สามารถยกเลิกวีซ่าเราได้ แต่แม่อยากจะเปลี่ยนให้แฟนใหม่แม่มาเป็นคนการันตีจะทำได้มั้ยค่ะ แล้วต้องทำอย่างไรบ้างค่ะ 4. ถ้าจะแจ้งย้ายทะเบียนบ้านจะต้องทำอย่างไรบ้างค่ะ เพราะเคยให้แฟนของเพื่อนแม่ที่เป็นคนสวีเดนย้ายทางอินเตอร์เนตแล้ว แต่พอกลับไปเชคดูอีกทีก็ยังอยู่ที่เดิมอยุ่เลย ขอความกรุณาด้วยนะค่ะ ขอบคุณมากค่ะ |
|
|
|
| Guest_นุติ_* |
Aug 23 2007, 01:29 PM
Post
#2
|
|
Guests |
อยากจะช่วยตอบข้อสงสัย คือเท่าที่ทราบมา สามารถเปลี่ยนคนรับรองคนใหม่ได้ค่ะ อันนี้ต้องรอผู้มีประสบการณ์ช่วยเข้ามายืนยันอีกที
ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้สมาชิกครอบครัวของน้องมินท์ด้วยค่ะ |
|
|
|
| Guest_PoY_* |
Aug 23 2007, 03:38 PM
Post
#3
|
|
Guests |
อันนี้รอผู้มีประสบการณ์มาตอบนะครับ ผมไม่ทราบเหมือนกันครับ
เท่าที่รู้มาเเฟนเก่า ไม่น่าจะขอยกเลิกวีซ่าได้นะครับ เค้าทำได้เเค่ไม่ต่อวีซ่าให้เท่านั้น เพราะฉนั้น ข้อ 1 ตอบคือ คิดว่ายกเลิกไม่ได้นะครับ เพียงเเต่ตอนวีซ่าหมดอายุเค้าเลือกที่จะไม่ต่อให้ได้ครับ ข้อ 2 กับ ข้อ 3 รอผู้รู้มาเเล้วกันครับ ข้อ 4 นี้ย้ายบ้านที่สวีเดนหรอครับ? เเล้ว เเม่คุณมิ้น คุณมิ้น กับ น้อง นี้มาวีซ่าท่องเที่ยว หรือ ว่า ถาวร ครับ เพราะว่าการขอเปลี่ยนที่อยู่นี้ต้องกรอกเลขประจำตัวเราไปด้วย นะครับ ถ้ามาท่องเที่ยวนี้ มันไม่ได้เลขประจำตัวนิครับ การขอเปลี่ยนที่อยู่นี้ทำได้หลายวิธีนะครับ 1 คือเราไปไปรษณี ครับเเล้วบอกเค้าว่าเรามาขอเปลี่ยนที่อยู่ เค้าก็จะให้เเบบฟอร์มมากรอก เเค่นี้ครับ รอนิดหน่อย ทาง skatteverket ประมาณ 1 อาทิตย์ ก็น่าจะโอเค เเล้วนะครับ 2. เราสามารถกรอกได้ทางอินเตอร์เนตนะครับ สามารถทำได้ตามลิ้งค์นี้ครับ http://www.skatteverket.se/etjanster/flytt...d480004564.html เพียงเเต่ว่าจะทำอย่างนั้นได้ก็ต่อเมื่อเรามี e-legimation ครับ การขอ e-legimation สามารถทำได้ทางอินเตอร์เนตเช่นกันครับ ผมก็ทำ เวลาทำๆกับเเบงค์ที่เรามีบัญชีอยู่นะครับ อ่านรายระเอียดได้ที่นี้นะครับ http://www.skatteverket.se/4.7459477810df5...d480004564.html 3. กรอกเเบบฟอร์มที่ผมเเนบมา นะครับ http://www.skatteverket.se/download/18.3df...4834/784501.pdf เเล้วส่งไปตามที่อยู่นี้ครับ Skatteverkets inläsningscentral Enhet 2001 839 86 Östersund เป็นกำลังใจให้ครอบครัวคุณมิ้นด้วยนะครับ ขอให้ผ่านไปได้ด้วยดีครับ |
|
|
|
| Guest_SaoPichit_* |
Aug 23 2007, 07:32 PM
Post
#4
|
|
Guests |
QUOTE(mint2533 @ Aug 23 2007, 11:56 AM) [snapback]28458[/snapback] แม่เค้าฝากถามมานะค่ะ คือว่าตอนที่แม่มีแฟนคนสวีเดนแล้วแฟนคนนี้ก้อเป็นคนการันตีหรือรับรองให้วีซ่า 2 ปีค่ะ ทั้งแม่ ตัวมิ้นท์ และน้องอีก1คนค่ะ แล้วพออยุ่ไปแม่เกิดมีปัญหากับแฟนเค้า แล้วก็เลืกกัน คือแม่ มิ้น และน้อง ย้ายออกมาจากบ้านแฟนแม่ แล้วมาอยุ่กับเพื่อนแม่ที่เป็นคนไทยด้วยกัน แล้วเพื่อนแม่ก้อติดต่อผู้ชายคนใหม่ให้แม่ แล้วตอนนี้คืออยุ่ที่บ้านแฟนใหม่แม่แล้วค่ะ ทั้งแม่ มิ้นท์ และน้อง อยากจะถามว่า 1. แฟนเก่าแม่สามารถไปขอยกเลิกวีซ่าพวกเราได้มั้ยค่ะ 2. แล้วถ้าเกิดเค้ายกเลิกวืซ่า แม่จะให้แฟนใหม่แม่การันตีต่อได้มั้ยค่ะ 3. ถ้าเกิดไม่สามารถยกเลิกวีซ่าเราได้ แต่แม่อยากจะเปลี่ยนให้แฟนใหม่แม่มาเป็นคนการันตีจะทำได้มั้ยค่ะ แล้วต้องทำอย่างไรบ้างค่ะ 4. ถ้าจะแจ้งย้ายทะเบียนบ้านจะต้องทำอย่างไรบ้างค่ะ เพราะเคยให้แฟนของเพื่อนแม่ที่เป็นคนสวีเดนย้ายทางอินเตอร์เนตแล้ว แต่พอกลับไปเชคดูอีกทีก็ยังอยู่ที่เดิมอยุ่เลย ขอความกรุณาด้วยนะค่ะ ขอบคุณมากค่ะ สวัสดีจ้า พี่เคยเจอเครสนึงที่คล้ายของแม่เรานะ ขอตอบเป็นขอ้ดังนี้นะค่ะ 1. แฟนเก่าของแม่เราไม่สามารถยกเลิกวีซ่าเราได้ค่ะ เหมือนที่น้องปอยบอกนะค่ะ 2. ถ้าแม่น้องจะให้แฟนการันตีใหม่ก็ได้นะค่ะ แต่ต้องทำเลยค่ะ แต่ว่ากรณีของน้องคนนี้ที่พี่รู้จักเขาย้ายทะเบียนไปอยู้่กับแฟนใหม่เฉย ค่ะ แต่ตอนนี้เขาได้วีซ่าตลอดชีพแล้วค่ะ เพราะว่าทางสถานทูตเขาจะดูว่าแม่น้องอยู่กับแฟนคนใหม่เมื่อไหร่ค่ะ แล้วเขาก็จะพิจารณามาหลักการค่ะ 3. ทำได้แน่นอนค่ะ ให้แม่น้องไปทำเรื่องที่เมเกรชั่นที่ใกล้ค่ะ เปลี่ยนเลยก็ดีเหมือนกันนะค่ะ แต่ก็ต้องบอกเหตุผลเขาค่ะว่าทำใมอยู่ด้วยกันไม่ได้ อีกอย่างก็ดีสำหรับแม่น้องแล้วก็ตัวน้องเอง เพราะการอยู่อย่างมีคนการันตี ปลอดภัยดีกว่ามีคนการันตีค่ะ 4. การแจ้งย้ายทะเบียนบ้านเราสามารถแจ้งย้ายทางคอมพิวเตอร์ก็ได้ค่ะ หรือถ้าไม่แน่ใจก็ไปที่ สกัสตะวาเก้นโดยตรงเลยก็ได้ค่ะ จะชัวร์กว่า เพราะว่าบางทีเครือข่ายมันขัดข้องก็มีนะค่ะ โชคดีนะค่ะ |
|
|
|
| Guest_*LillaMy*_* |
Aug 23 2007, 08:14 PM
Post
#5
|
|
Guests |
เข้ามาให้กำลังใจ และชื่นชมน้องปอยที่ข้อมูลแน่นมาก รวมทั้งสาววรรณคนเก่งที่เดี๋ยวนี้ตอบกระทู้ได้ฉะฉานดีมากจ้า
ธุรกิจเป็นอย่างไรบ้างจ๊ะ วันไหนว่างๆจะพาสาวๆเมืองนี้ไปทำสวยนะจ๊ะ |
|
|
|
| Guest_SaoPichit_* |
Aug 24 2007, 06:05 AM
Post
#6
|
|
Guests |
QUOTE(*LillaMy* @ Aug 23 2007, 07:14 PM) [snapback]28503[/snapback] เข้ามาให้กำลังใจ และชื่นชมน้องปอยที่ข้อมูลแน่นมาก รวมทั้งสาววรรณคนเก่งที่เดี๋ยวนี้ตอบกระทู้ได้ฉะฉานดีมากจ้า ธุรกิจเป็นอย่างไรบ้างจ๊ะ วันไหนว่างๆจะพาสาวๆเมืองนี้ไปทำสวยนะจ๊ะ ฮิฮิ มาโหลดเด้อแม่ไหย่ ยังไม่เสร็จดีหรอกชบา มัวแต่ไปโรงเรียนอยู่นะ คิดถึงทุกคนเลย |
|
|
|
| Guest_*LillaMy*_* |
Aug 24 2007, 08:53 AM
Post
#7
|
|
Guests |
QUOTE(SaoPichit @ Aug 24 2007, 05:05 AM) [snapback]28527[/snapback] ฮิฮิ มาโหลดเด้อแม่ไหย่ ยังไม่เสร็จดีหรอกชบา มัวแต่ไปโรงเรียนอยู่นะ คิดถึงทุกคนเลย (IMG:style_emoticons/default/biggrin.gif) ทางโล่ง ต้องวิ่งไปกระซิบน้องยุ้ยทำเวปกับท่านรองฯคนเก่ง ซึ่งตอนนี้กำลังกุมขมับ เพราะอัพโหลดรูปแต่งงานของน้องพลอย...เครื่องคอมพ์พี่ท่าน... เจ๊งพะย่ะค่ะ ....ซวยเจงๆ |
|
|
|
| Guest_mint2533_* |
Aug 25 2007, 12:39 PM
Post
#8
|
|
Guests |
ขอบคุณทุกคนนะค่ะ ที่ช่วยตอบคำถาม
มิ้นทำเรื่องย้ายในอินเตอร์เนต แล้วค่ะ ให้แฟนเพื่อนแม่ที่เป็นคนสวีเดนทำให้ค่ะ เค้าบอกว่ารอจดหมายกลับมาค่ะ |
|
|
|
| Guest_fjaril_* |
Aug 28 2007, 08:20 PM
Post
#9
|
|
Guests |
ดีใจด้วยนะคะ
ขอให้ผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ โชคดีนะคะน้องมิ้นท์ |
|
|
|
| Guest_Emmy_* |
Aug 31 2007, 12:17 PM
Post
#10
|
|
Guests |
มิ้นท์คะ .. ถ้ามีอะไรก้อให้ติดต่อที่ social นะจ้ะ เราได้วีซ่ามาแล้ว รัฐบาลเค้าไม่ทิ้งเราหรอก
พี่เอ็ม |
|
|
|
| Guest_Na..norrköping_* |
Apr 15 2008, 01:04 PM
Post
#11
|
|
Guests |
|
|
|
|
| Guest_Annie_pe_* |
Oct 20 2008, 07:03 PM
Post
#12
|
|
Guests |
เหมือน เคย อ่านเจอ ในกระทู้นึง บอกว่า ถ้าแฟน โทรไปบอก มิเกรชั่น ว่าเลิกกันแล้ว
เหตุผล ของวีซ่า ก็จะหมดไป คือ เหมือนกับ ยกเลิกวีซ่า เราได้ อันนี้ งง เหมือนกันค่ะ ว่า จริง เท็จ แค่ ไหน เพราะ เพื่อน ก็ กำลังเจอ ปัญหา นี้ เหมือนกัน ใครรู้ ช่วย เข้ามา ปลุก กระทู้ใหม่หน่อยนะะค่ะ อยากรู้ เหมือนกัน |
|
|
|
| Guest_yaya_* |
Oct 20 2008, 08:41 PM
Post
#13
|
|
Guests |
QUOTE(Annie_pe @ Oct 20 2008, 08:03 PM) [snapback]94929[/snapback] เหมือน เคย อ่านเจอ ในกระทู้นึง บอกว่า ถ้าแฟน โทรไปบอก มิเกรชั่น ว่าเลิกกันแล้ว เหตุผล ของวีซ่า ก็จะหมดไป คือ เหมือนกับ ยกเลิกวีซ่า เราได้ อันนี้ งง เหมือนกันค่ะ ว่า จริง เท็จ แค่ ไหน เพราะ เพื่อน ก็ กำลังเจอ ปัญหา นี้ เหมือนกัน ใครรู้ ช่วย เข้ามา ปลุก กระทู้ใหม่หน่อยนะะค่ะ อยากรู้ เหมือนกัน Before yaya I had another thai girlfreind. she got UT and came to sweden but it did not work out between us so she moved back to thailand. a couple of weeks later i told "skatteverket" that she moved back to thailand because the relationship was over and at the same time i changed in "folkbokföringen". two weeks later i got a letter from "migrationsverket". they told me that her UT are cancelled because her relationship with me were over. According to this i belive that if a boyfreind notify the "migrationsverket" that the relationship is over then they gonna cancel the UT. would be strange if they dont do since the girls got the UT because of the relationship. maybe there are some way around this if the lady got a new swedish boyfreind or someting. i dont know. but i suppose the best thing is to call the "migrationsverket" and ask. personally I think that all people who have UT in sweden because of a relationship shall leave the country if the relationship not work out. if they dont it would open up for a lot of golddiggers. that would in the end make a lot of problem for all serious thai/swedish couples. of course i belive that all foreigners with PUT should stay even if the relationship break down. yaya's boyfreind. พอดียาย่าอยากรู้คำตอบเหมือนกันยาย่าเลยเล่าให้แฟนฟังแฟนยาย่าเป็นคนขอตอบเอง คำตอบอาจจะโหดไปหน่อย แต่เรามาอยู่บ้านเมืองของเขาเราควรเคารพกฏหมายบ้านเมืองของเขามิใช่หรือ? |
|
|
|
| Guest_Tan_* |
Oct 20 2008, 09:31 PM
Post
#14
|
|
Guests |
มาขอยืนยันคำตอบของ Annie กับ YaYa ครับ ว่าผู้ชายที่รับรองวีซ่ายูที สามารถขอยกเลิกวีซ่าได้ โดยให้เหตุผลกับอิมมิเกรชั่นว่า
ความสัมพันธ์จบสิ้นลง ทาง ตม. จะมีจดหมายมาหาฝ่ายหญืงเพื่อสืบสวนเรืองดังกล่าวจากฝ่ายหญิง ถ้าเป็นจรืงตามที่ฝ่ายชายแจ้ง ตม.อาจพิจารณายกเลิกวีซ่ายูทีได้ แต่ยังให้เวลาสำหรับเตรียมตัวกลับไทย (ที่พบให้เวลา ๑๔ วันให้เดินทางออกนอกประเทศ) และให้โอกาสยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน ๒๑ วัน (ถ้าจำไม่ผิด) แต่หากฝ่ายชายไม่ได้แจ้งยกเลิกวีซ่ายูที ฝ่ายหญิงสามารถอยู่ได้จนครบอายุวีซ่าสองปี สิ่งที่ ตม. ใช้พิจารณาว่าจะให้อยู่ต่อหรือไม่ กรณีเลิกกับคนที่รับรองวีซ่ายูทีคนแรกก่อนครบสองปี มีหลายข้อด้วยกันเช่น ๑ มีลูกกับคนที่เลิก และลูกเป็นคนสัญชาติสวีเดน ๒ มีคนรับรองคนใหม่ ๓ มีงานประจำทำ (ผู้ที่ขอความช่วยเหลือจากสังคมสงเคราห์มีความเสี่ยงสูงต่อการไม่ต่อใบอนุญาตให้) ๔ ศึกษาในสาขาวิชาชีพอันเห็นว่าอาจจะเป็นประโยชน์ต่อไปสำหรับตลาดแรงงานสวีเดน เช่นเรียนหมอ พยายาล และอื่นๆ อีก แต่เท่าที่ได้สอบถามจาก ตม. สวีเดนโดยตรงหลักๆ จะมีดังที่กล่าวมา กรณีที่มีคนใหม่รับรอง ควรแจ้งไปที่ ตม. เร็วที่สุดหลังจากตกลงปลงใจกับคนใหม่ แจ้งได้ทั้งทางวาจา (โทรศัพท์) และทางลายลักษณ์อักษร เช่น จดหมาย อีเมล และแฟกซ์ ย้ายชื่อเข้าไปอยู่ในทะเบียนบ้านฝ่ายชายคนใหม่ให้เร็วที่สุด และพยายามเก็บรวบรวมหลักฐานที่อาจจะเกิดประโยชน์ในภาคหน้า ตอนไปต่อวีซ่า อย่าลืมนะครับ ฝ่ายชายเป็นคนรับรองขอวีซ่าให้เราได้ เขาก็ขอยกเลิกได้เช่นกัน ถ้ามีเหตุผลเพียงพอ เหตุผลแย่ๆที่ฝ่ายชายเอามาอ้าง และขอยกเลิกวีซ่าฝ่ายหญืงมีเยอะครับ และมีหลายรายที่ถูกยกเลิกวีซ่าเพราะเหตุผลของฝ่ายชาย ทั้งๆที่บางทีก็ไม่เป็นความจริง แต่ด้วยความรู้เท่าไม่ทันเล่ห์ผู้ชาย ก็ต้องเก็บกระเป๋ากลับไปเริ่มต้นใหม่ที่ไทย ถ้ามีปัญหายินดีให้คำปรึกษาครับ โทรมาได้ครับ ๐๘ ๕๘๘ ๐๔๒๕๑ |
|
|
|
| Guest_Lisra_* |
Oct 20 2008, 09:46 PM
Post
#15
|
|
Guests |
QUOTE(Tan @ Oct 20 2008, 10:31 PM) [snapback]94979[/snapback] มาขอยืนยันคำตอบของ Annie กับ YaYa ครับ ว่าผู้ชายที่รับรองวีซ่ายูที สามารถขอยกเลิกวีซ่าได้ โดยให้เหตุผลกับอิมมิเกรชั่นว่า ใครว่าผู้หญิง108เล่มเกวียนนะ ผู้ชายก็มีพอๆกัน หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ...ถ้าใครเจอผู้ชายใส่ไข่แบบนี้ก็แย่เลย (IMG:style_emoticons/default/huh.gif)
ความสัมพันธ์จบสิ้นลง ทาง ตม. จะมีจดหมายมาหาฝ่ายหญืงเพื่อสืบสวนเรืองดังกล่าวจากฝ่ายหญิง ถ้าเป็นจรืงตามที่ฝ่ายชายแจ้ง ตม.อาจพิจารณายกเลิกวีซ่ายูทีได้ แต่ยังให้เวลาสำหรับเตรียมตัวกลับไทย (ที่พบให้เวลา ๑๔ วันให้เดินทางออกนอกประเทศ) และให้โอกาสยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน ๒๑ วัน (ถ้าจำไม่ผิด) แต่หากฝ่ายชายไม่ได้แจ้งยกเลิกวีซ่ายูที ฝ่ายหญิงสามารถอยู่ได้จนครบอายุวีซ่าสองปี สิ่งที่ ตม. ใช้พิจารณาว่าจะให้อยู่ต่อหรือไม่ กรณีเลิกกับคนที่รับรองวีซ่ายูทีคนแรกก่อนครบสองปี มีหลายข้อด้วยกันเช่น ๑ มีลูกกับคนที่เลิก และลูกเป็นคนสัญชาติสวีเดน ๒ มีคนรับรองคนใหม่ ๓ มีงานประจำทำ (ผู้ที่ขอความช่วยเหลือจากสังคมสงเคราห์มีความเสี่ยงสูงต่อการไม่ต่อใบอนุญาตให้) ๔ ศึกษาในสาขาวิชาชีพอันเห็นว่าอาจจะเป็นประโยชน์ต่อไปสำหรับตลาดแรงงานสวีเดน เช่นเรียนหมอ พยายาล และอื่นๆ อีก แต่เท่าที่ได้สอบถามจาก ตม. สวีเดนโดยตรงหลักๆ จะมีดังที่กล่าวมา กรณีที่มีคนใหม่รับรอง ควรแจ้งไปที่ ตม. เร็วที่สุดหลังจากตกลงปลงใจกับคนใหม่ แจ้งได้ทั้งทางวาจา (โทรศัพท์) และทางลายลักษณ์อักษร เช่น จดหมาย อีเมล และแฟกซ์ ย้ายชื่อเข้าไปอยู่ในทะเบียนบ้านฝ่ายชายคนใหม่ให้เร็วที่สุด และพยายามเก็บรวบรวมหลักฐานที่อาจจะเกิดประโยชน์ในภาคหน้า ตอนไปต่อวีซ่า อย่าลืมนะครับ ฝ่ายชายเป็นคนรับรองขอวีซ่าให้เราได้ เขาก็ขอยกเลิกได้เช่นกัน ถ้ามีเหตุผลเพียงพอ เหตุผลแย่ๆที่ฝ่ายชายเอามาอ้าง และขอยกเลิกวีซ่าฝ่ายหญืงมีเยอะครับ และมีหลายรายที่ถูกยกเลิกวีซ่าเพราะเหตุผลของฝ่ายชาย ทั้งๆที่บางทีก็ไม่เป็นความจริง แต่ด้วยความรู้เท่าไม่ทันเล่ห์ผู้ชาย ก็ต้องเก็บกระเป๋ากลับไปเริ่มต้นใหม่ที่ไทย ถ้ามีปัญหายินดีให้คำปรึกษาครับ โทรมาได้ครับ ๐๘ ๕๘๘ ๐๔๒๕๑ |
|
|
|
| Guest_Tan_* |
Oct 21 2008, 06:48 AM
Post
#16
|
|
Guests |
ขอเล่าแบ่งประสบการณ์กันฟังนะครับ เป็นวิทยาทาน เอาไว้ป้องกันหาทางหนีทีไล่ จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของผู้ชาย
เคยมีผู้ชายขอยกเลิกวีซ่ายูทีผู้หญิง (หลายรายมากครับที่เคยพบ) ส่วนใหญ่จะใช้เหตุผลว่าฝ่ายหญิงมิได้ต้องการมีความสัมพันธ์แบบจริงจัง ที่ฝ่ายหญิงตามมาสวีเดนเพื่อได้วีซ่าอยู่อาศัยและทำงาน ข้ออ้างที่ผู้ชายเอามาใช้เป็นหลักฐานเพื่อขอยกเลิกวีซ่ามีเยอะแยะมากมายเลยครับ ๑. การมีเพศสัมพันธุ์กัน ซึ่งพอเข้าประเด็นเรื่องเพศสัมพันธ์ผู้หญิงไทยส่วนใหญ่จะอายและไม่กล้าเปิดเผย ถ้าถึงจุดนั้นต้องกล้าคุยกับเจ้าหน้าที่นะครับ บอกไปเลยว่าทำทุกอย่างที่ผู้ชายต้องการ ทำบ่อยแค่ไหน คุยทับไปด้วยยิ่งดีว่าเราทำได้ดีแล้ว (อันนี้เข้าใจนะครับว่าสำหรับสังคมไทย และวัฒนธรรมไทย เป็นสิ่งไม่ดีที่จะพูดถึงเรื่องนี้) ๒. การติดต่อกับบุคคลอื่นทางอินเตอร์เน็ต ระวังไว้นะครับเรื่องการติดต่อกับแฟนเก่า กิ๊ก บุคคลที่เผื่อเลือก ข้อนี้เขาจะเอามาเป็นไม้ตายยกเลิกวีซ่าได้เหมือนกัน แฟนใครเก่งๆ คอมพิวเตอร์ ให้ระวังให้ดี อาจจะมีการลงโปรแกรมสปายเพื่อจับผิดเราได้ เบื้องต้นให้พยายามลบข้อความในเทมเพอรารี่ไฟล์หลังการใช้งานอินเตอร์เน็ต หรือพยายามไม่ใช้ติดต่อกับคนที่จะเสี่ยง คือตัดความสัมพันธ์ไปก่อนก็จะดี (แต่ผมก็เข้าใจว่าบางครั้งการที่เราเลือกมาอยู่กับใครบางคนที่สวีเดน เราก็หวังว่าอาจจะได้พบได้เจอคนดี แต่อีกใจก็ยังเผื่อไว้ถึงความไม่แน่นอนที่จะเกิดขึ้น บางคนจึงต้องมีตัวสำรองไว้บ้างเผื่อฉุกเฉิน) ๓. การติดต่อกับกิ๊ก กับแฟน หรือกับใครๆ ที่เข้าข่ายทางการโทรคุยกัน หรือทางข้อความเอสเอ็มเอส ให้พยายามระวังไว้ ข้อความในอินบ็อกซ์ ในเอ้าท์บ็อกซ์ ในเซ้นท์ ให้พยายามลบให้หมด เพราะนั่นอาจจะเป็นหลักฐานที่ผู้ชายเอาไปใช้กับ ตม. ตอนที่เบื่อเรา และแจ้งยกเลิกวีซ่ายูทีเรา ๔. ระวังเรื่องอารมย์ คนไทยเวลาโมโห เวลาทะเลาะกัน อาจจะมีบ้างที่ด่าทอกัน ขู่กัน ทุบกันบ้าง ทำลายข้าวของบ้าง หยิบมีดหยิบไม้มาขู่บ้าง ข้อนี้จำไว้เลยนะครับ ว่าอย่าทำเด็ดขาด อดใจไว้ ทำใจเย็นๆ ถ้าทนไม่ได้ให้ออกจากบ้านไปก่อน เพราะหากเราไปขู่ ไปทำลายข้าวของ ไปทำร้ายร่างกาย ผู้ชายเอาไปแจ้งความ ก็เป็นหลักฐานที่ดีในการขอยกเลิกวีซ่ายูทีได้ ๕. เรื่องการจับจ่ายใช้สอย ส่งเงินกลับบ้านที่เมืองไทย ข้อนี้ก็เคยมีคนเอาไปใช้ครับ ตอนก่อนจะมาสวีเดน สัญญากับเราไว้ว่าจะส่งเงินให้พ่อแม่ ให้ลูก เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายแต่ละเดือน แรกๆ รักกันดี ก็ทำตามคำพูด แต่พอหลังๆ เริ่มชินชากัน ก็ยกเรื่องนี้มาเป็นประเด็น ว่าหลอกลวงเงิน หรืออยู่ด้วยกันเพราะเงินไม่ใช่เพราะการสร้างความสัมพันธ์แบบคู่รัก การส่งเงินผ่านธนาคารต่างๆ ที่มีการบันทึก มีการออกใบเสร็จ ก็สามารถนำมาเป็นหลักฐานได้อีกเช่นกัน ทางที่ดีฝากเพื่อนส่งให้ หรือฝากคนรู้จักกลับไปให้ทางบ้าน เอาคร่าวๆ แค่นั้แล้วกันนะครับ แต่มานั่งอ่านๆ ดูบางทีก็เหมือนผมช่วยส่งเสริมให้ผู้หญิงไทยเราหลอกผู้ชายสวีเดนเลย เอาเป็นว่าประเด็นที่ผมเขียนนั้น ใช้กับผู้ที่ไม่ได้มีเจตนาที่จะหลอกแฟนตัวเองนะครับ ส่วนเรื่องตัวสำรองเผื่อเลือก หากมั่นใจแล้วก็ตัดทิ้งไปเสียนะครับ ตกลงปลงใจกับคนที่เราเลือกมาอยู่นี่แหละครับ แต่ถ้าใครเจอผู้ชายสวีเดนที่คิดเอาแต่ประโยชน์จากร่างกายเรา เอาเรามาเพื่อเป็นทาสทางกามารมณ์ เอามาเป็นคนรับใช้ในบ้าน พอเบื่อก็จะตัดเราทิ้งไป ไปหาเหยื่อรายใหม่มา ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ก็เอาเรื่องจากประสบการณ์ข้างบนไว้ใช้ในยามจำเป็นนะครับ ด้วยความหวังดี และอยากเห็นทุกคู่อยู่กันด้วยความรักอย่างจริงใจครับ แทนครับ |
|
|
|
| Guest_SUKHUMAN_* |
Oct 21 2008, 07:27 AM
Post
#17
|
|
Guests |
ขอบคุณน้องแทนมากเลยคะ ที่ให้ความรู้ด้านจริงอีกหนึ่งด้านของผู้ชายสวีเดน อธิบายได้ชัดเจน เป็นความรู้ซึ่งดีมากๆ มีหญิงไทยส่วนมากคะที่อยู่ด้วยความรักอย่างจริงใจนะคะ การมีความรู้หลายด้านเป็นสิ่งที่ดีคะ เรารู้ไว้เพื่อเป็นการป้องกันนะคะ พี่แอม QUOTE(Tan @ Oct 21 2008, 07:48 AM) [snapback]95024[/snapback] ขอเล่าแบ่งประสบการณ์กันฟังนะครับ เป็นวิทยาทาน เอาไว้ป้องกันหาทางหนีทีไล่ จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของผู้ชาย เคยมีผู้ชายขอยกเลิกวีซ่ายูทีผู้หญิง (หลายรายมากครับที่เคยพบ) ส่วนใหญ่จะใช้เหตุผลว่าฝ่ายหญิงมิได้ต้องการมีความสัมพันธ์แบบจริงจัง ที่ฝ่ายหญิงตามมาสวีเดนเพื่อได้วีซ่าอยู่อาศัยและทำงาน ข้ออ้างที่ผู้ชายเอามาใช้เป็นหลักฐานเพื่อขอยกเลิกวีซ่ามีเยอะแยะมากมายเลยครับ ๑. การมีเพศสัมพันธุ์กัน ซึ่งพอเข้าประเด็นเรื่องเพศสัมพันธ์ผู้หญิงไทยส่วนใหญ่จะอายและไม่กล้าเปิดเผย ถ้าถึงจุดนั้นต้องกล้าคุยกับเจ้าหน้าที่นะครับ บอกไปเลยว่าทำทุกอย่างที่ผู้ชายต้องการ ทำบ่อยแค่ไหน คุยทับไปด้วยยิ่งดีว่าเราทำได้ดีแล้ว (อันนี้เข้าใจนะครับว่าสำหรับสังคมไทย และวัฒนธรรมไทย เป็นสิ่งไม่ดีที่จะพูดถึงเรื่องนี้) ๒. การติดต่อกับบุคคลอื่นทางอินเตอร์เน็ต ระวังไว้นะครับเรื่องการติดต่อกับแฟนเก่า กิ๊ก บุคคลที่เผื่อเลือก ข้อนี้เขาจะเอามาเป็นไม้ตายยกเลิกวีซ่าได้เหมือนกัน แฟนใครเก่งๆ คอมพิวเตอร์ ให้ระวังให้ดี อาจจะมีการลงโปรแกรมสปายเพื่อจับผิดเราได้ เบื้องต้นให้พยายามลบข้อความในเทมเพอรารี่ไฟล์หลังการใช้งานอินเตอร์เน็ต หรือพยายามไม่ใช้ติดต่อกับคนที่จะเสี่ยง คือตัดความสัมพันธ์ไปก่อนก็จะดี (แต่ผมก็เข้าใจว่าบางครั้งการที่เราเลือกมาอยู่กับใครบางคนที่สวีเดน เราก็หวังว่าอาจจะได้พบได้เจอคนดี แต่อีกใจก็ยังเผื่อไว้ถึงความไม่แน่นอนที่จะเกิดขึ้น บางคนจึงต้องมีตัวสำรองไว้บ้างเผื่อฉุกเฉิน) ๓. การติดต่อกับกิ๊ก กับแฟน หรือกับใครๆ ที่เข้าข่ายทางการโทรคุยกัน หรือทางข้อความเอสเอ็มเอส ให้พยายามระวังไว้ ข้อความในอินบ็อกซ์ ในเอ้าท์บ็อกซ์ ในเซ้นท์ ให้พยายามลบให้หมด เพราะนั่นอาจจะเป็นหลักฐานที่ผู้ชายเอาไปใช้กับ ตม. ตอนที่เบื่อเรา และแจ้งยกเลิกวีซ่ายูทีเรา ๔. ระวังเรื่องอารมย์ คนไทยเวลาโมโห เวลาทะเลาะกัน อาจจะมีบ้างที่ด่าทอกัน ขู่กัน ทุบกันบ้าง ทำลายข้าวของบ้าง หยิบมีดหยิบไม้มาขู่บ้าง ข้อนี้จำไว้เลยนะครับ ว่าอย่าทำเด็ดขาด อดใจไว้ ทำใจเย็นๆ ถ้าทนไม่ได้ให้ออกจากบ้านไปก่อน เพราะหากเราไปขู่ ไปทำลายข้าวของ ไปทำร้ายร่างกาย ผู้ชายเอาไปแจ้งความ ก็เป็นหลักฐานที่ดีในการขอยกเลิกวีซ่ายูทีได้ ๕. เรื่องการจับจ่ายใช้สอย ส่งเงินกลับบ้านที่เมืองไทย ข้อนี้ก็เคยมีคนเอาไปใช้ครับ ตอนก่อนจะมาสวีเดน สัญญากับเราไว้ว่าจะส่งเงินให้พ่อแม่ ให้ลูก เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายแต่ละเดือน แรกๆ รักกันดี ก็ทำตามคำพูด แต่พอหลังๆ เริ่มชินชากัน ก็ยกเรื่องนี้มาเป็นประเด็น ว่าหลอกลวงเงิน หรืออยู่ด้วยกันเพราะเงินไม่ใช่เพราะการสร้างความสัมพันธ์แบบคู่รัก การส่งเงินผ่านธนาคารต่างๆ ที่มีการบันทึก มีการออกใบเสร็จ ก็สามารถนำมาเป็นหลักฐานได้อีกเช่นกัน ทางที่ดีฝากเพื่อนส่งให้ หรือฝากคนรู้จักกลับไปให้ทางบ้าน เอาคร่าวๆ แค่นั้แล้วกันนะครับ แต่มานั่งอ่านๆ ดูบางทีก็เหมือนผมช่วยส่งเสริมให้ผู้หญิงไทยเราหลอกผู้ชายสวีเดนเลย เอาเป็นว่าประเด็นที่ผมเขียนนั้น ใช้กับผู้ที่ไม่ได้มีเจตนาที่จะหลอกแฟนตัวเองนะครับ ส่วนเรื่องตัวสำรองเผื่อเลือก หากมั่นใจแล้วก็ตัดทิ้งไปเสียนะครับ ตกลงปลงใจกับคนที่เราเลือกมาอยู่นี่แหละครับ แต่ถ้าใครเจอผู้ชายสวีเดนที่คิดเอาแต่ประโยชน์จากร่างกายเรา เอาเรามาเพื่อเป็นทาสทางกามารมณ์ เอามาเป็นคนรับใช้ในบ้าน พอเบื่อก็จะตัดเราทิ้งไป ไปหาเหยื่อรายใหม่มา ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ก็เอาเรื่องจากประสบการณ์ข้างบนไว้ใช้ในยามจำเป็นนะครับ ด้วยความหวังดี และอยากเห็นทุกคู่อยู่กันด้วยความรักอย่างจริงใจครับ แทนครับ |
|
|
|
| Guest_yaya_* |
Oct 21 2008, 09:01 AM
Post
#18
|
|
Guests |
อ่านประสบการณ์และ วิทยาทาน ของ TAN แล้ว เหมือนช่วยส่งเสริมให้ผู้หญิงไทยเราหลอกผู้ชายสวีเดนเลย (IMG:style_emoticons/default/biggrin.gif) (IMG:style_emoticons/default/biggrin.gif) (IMG:style_emoticons/default/biggrin.gif) แต่ก็มีประโยชน์ต่อคนดีและคนที่อยู่ด้วยความรักอย่างจริงใจนะคะ
มีหญิงไทยส่วนมากคะที่อยู่ด้วยความรักอย่างจริงใจนะคะ แต่ก็ไม่น้อยที่ใช้เขาเป็นสะพานสู่ชีวิตที่ดีกว่า ***ทนๆอยู่กับเขาไปก่อนได้ PUT แล้วค่อยเลิกกับเขา**** นั้นคือประโยคที่ได้ยินบ่อย ยาย่าเห็นสมควรว่าถ้าความสัมพันธ์กับคนที่รับรอง UT ให้ได้จบสิ้นลงเราก็ควรจะกลับเมืองไทยและถ้ามีใจรักสวีเดนและชายสวีดิช ก็เริ่มต้นใหม่ที่เมืองไทย ไม่ควรใช่ประโยชน์ของUTจากความสัมพันธ์ที่พึ่งจบสิ้น และถ้าเกิดกรณีหลอกใช้เขาเพื่อเป็นสะพานมีมากขึ้นและimmigration ได้กลิ่นก็จะทำให้การขอวีซ่าในรูปแบบต่างๆของหญิงไทยยากขึ้นทำให้หญิงไทยที่ต้องมาอยู่ด้วยความรักอย่างจริงใจต้องลำบากไปด้วย แต่ถ้าได้ PUTแล้วก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าเกิดว่าความสัมพันธ์จบลงยาย่าก็จะกลับเมืองไทยทันทีค่ะ (คิดว่าความสัมพันธ์ยาย่าคงยาวนานค่ะเพราะรักกันแบบจะเป็นจะตายร่วมกันนะ) |
|
|
|
| Guest_Tan_* |
Oct 21 2008, 09:56 AM
Post
#19
|
|
Guests |
QUOTE(yaya @ Oct 21 2008, 10:01 AM) [snapback]95047[/snapback] อ่านประสบการณ์และ วิทยาทาน ของ TAN แล้ว เหมือนช่วยส่งเสริมให้ผู้หญิงไทยเราหลอกผู้ชายสวีเดนเลย (IMG:style_emoticons/default/biggrin.gif) (IMG:style_emoticons/default/biggrin.gif) (IMG:style_emoticons/default/biggrin.gif) แต่ก็มีประโยชน์ต่อคนดีและคนที่อยู่ด้วยความรักอย่างจริงใจนะคะ มีหญิงไทยส่วนมากคะที่อยู่ด้วยความรักอย่างจริงใจนะคะ แต่ก็ไม่น้อยที่ใช้เขาเป็นสะพานสู่ชีวิตที่ดีกว่า ***ทนๆอยู่กับเขาไปก่อนได้ PUT แล้วค่อยเลิกกับเขา**** นั้นคือประโยคที่ได้ยินบ่อย ยาย่าเห็นสมควรว่าถ้าความสัมพันธ์กับคนที่รับรอง UT ให้ได้จบสิ้นลงเราก็ควรจะกลับเมืองไทยและถ้ามีใจรักสวีเดนและชายสวีดิช ก็เริ่มต้นใหม่ที่เมืองไทย ไม่ควรใช่ประโยชน์ของUTจากความสัมพันธ์ที่พึ่งจบสิ้น และถ้าเกิดกรณีหลอกใช้เขาเพื่อเป็นสะพานมีมากขึ้นและimmigration ได้กลิ่นก็จะทำให้การขอวีซ่าในรูปแบบต่างๆของหญิงไทยยากขึ้นทำให้หญิงไทยที่ต้องมาอยู่ด้วยความรักอย่างจริงใจต้องลำบากไปด้วย ถ้าเกิดว่าความสัมพันธ์จบลงยาย่าก็จะกลับเมืองไทยทันทีค่ะ (คิดว่าความสัมพันธ์ยาย่าคงยาวนานค่ะเพราะรักกันแบบจะเป็นจะตายร่วมกันนะ) อย่างที่ผมออกตัวไว้ในโพสของผมแหล่ะครับว่า " เอาคร่าวๆ แค่นั้แล้วกันนะครับ แต่มานั่งอ่านๆ ดูบางทีก็เหมือนผมช่วยส่งเสริมให้ผู้หญิงไทยเราหลอกผู้ชายสวีเดนเลย เอาเป็นว่าประเด็นที่ผมเขียนนั้น ใช้กับผู้ที่ไม่ได้มีเจตนาที่จะหลอกแฟนตัวเองนะครับ ส่วนเรื่องตัวสำรองเผื่อเลือก หากมั่นใจแล้วก็ตัดทิ้งไปเสียนะครับ ตกลงปลงใจกับคนที่เราเลือกมาอยู่นี่แหละครับ " "แต่ถ้าใครเจอผู้ชายสวีเดนที่คิดเอาแต่ประโยชน์จากร่างกายเรา เอาเรามาเพื่อเป็นทาสทางกามารมณ์ เอามาเป็นคนรับใช้ในบ้าน พอเบื่อก็จะตัดเราทิ้งไป ไปหาเหยื่อรายใหม่มา ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ก็เอาเรื่องจากประสบการณ์ข้างบนไว้ใช้ในยามจำเป็นนะครับ" ด้วยความหวังดี และอยากเห็นทุกคู่อยู่กันด้วยความรักอย่างจริงใจครับ แทนครับ ---------------------------------------------------------------------------- เพราะฉะนั้นผมไม่ได้สนับสนุนให้ผู้หญิงไทยเราหลอกคนสวีเดนนะครับ ผู้หญิงไทยเราส่วนใหญ่แล้วทุ่มหมดทั้งตัว ทั้งใจให้คนที่เรามาอยู่ด้วย ถ้าหากว่าเจอคนดีก็ไดไป แต่ถ้าเจอคนไม่ดี และไม่ได้มีเวลาศึกษาดูใจกันอย่างเพียงพอ อันนี้ก็เห็นใจครับ เพราะมีหลายๆ คนหวังที่จะมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดีกว่าในสวีเดน ถ้าคนไหนโชคดีหาคนที่ดีกว่าได้ก็ดีไป แต่ถ้าคนไหนโชคร้าย หาคนที่ใช่ที่ดียังไม่เจอ ผมอยากแนะนำให้กลับบ้านเราไปก่อน เพราะไม่อยากให้เลือกคบกับใครคนใหม่เพียงเพื่อให้เขาต่อวีซ่าให้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขอให้ใช้วิจารณญาณของตัวเองในการตัดสินใจนะครับ อีกข้อหนึ่งคือผมไม่อยากให้ผู้หญิงไทยยอมทำ ยอมทนทุกอย่าง เพื่อให้ผ่าน 2 ปี ที่มันแสนจะทรมาน (กรณีที่ฝ่ายชายไม่ดี) เพราะมีบางราย ยอมเป็นทาสอารมณ์ โดนกดขี่ทางเพศ ยอมถูกทำวิตถาร เพื่อให้ได้วีซ่าถาวร ผมได้ยินแล้วรู้สึกเห็นใจอย่างมาก เพราะเธอเหล่านั้นมีภาระที่รอการช่วยเหลืออยู่จากเมืองไทย บางคนไม่อยากกลับไปเริ่มนับศูนย์ใหม่ บางคนไม่อยากกลับไปเพราะอับอายคนที่เมืองไทย จึงต้องยอมทนถึง 2 ปี หลังจากนั้นก็หาคนที่ดีกว่า ข้อคิดจากประสบการณ์ในการทำงานของผม ผมอยากให้เอาไปใช้กับผู้ชายที่ชอบเอาเปรียบผู้หญิง ชอบคิดแค่ผู้หญิงไทยเป็นแค่เครื่องระบายบางอย่าง พอยกเลิกวีซ๋าคนนี้ ก็กลับไปเอาคนใหม่มาอีก มีเยอะมากครับ อยากจะหามาตรการอะไรมาแก้แค้นพวกนี้บ้าง แต่ก็ทำไม่ได้ บางคนเขาคิดว่าค่าตั๋ว 50000 บาท สำหรับให้ผู้หญิงมาอยู่ที่สวีเดนด้วย 3 เดือน หรือ 6 เดือน ก็เป็นการคุ้มแล้ว มีทั้งเครื่องระบายทางเพศอยู่ที่บ้าน มีทั้งคนทำงานบ้านให้ แต่สำหรับคนดีๆ ก็มีเยอะมากๆๆๆ ครับ เทียบไม่ได้กับพวกฝรั่งใจร้ายพวกนั้น เพราะฉะนั้นข้อคิดที่ผมให้ ขอให้เอาไปใช้กับพวกที่นิสัยไม่ดีนะครับ อย่าเอาไปใช้กับคนดีๆ แต่ถ้าจะให้ดีที่สุด ก็คือต่างฝ่ายต่างรักกันแบบจริงใจ มีเวลาศึกษาดูใจกันจนมั่นใน แล้วเลือกที่จะอยู่ด้วยกันตลอดไป |
|
|
|
| Guest_mini_* |
Oct 21 2008, 01:48 PM
Post
#20
|
|
Guests |
เราก็ต้องมาดูกันว่าวีซ่าสองปีของเราหมดอายุวันไหน
เราก็เตรียมตัวสำหรับการยื่นวีซ่าใหม่ ต้องยื่นก่อนที่วีซ่าเก่าของเราจะหมดอายุนะคะ อันนี้สำคัญมาก แล้วหลักฐานที่ยื่นร่วม คือ familjbevis จาก skatteverket ที่จะแสดงว่าเราไปอยู่กับคนใหม่แล้ว เจ้าหน้าที่เขาก็น่าจะต่อวีซ่าอยู่อาศัยให้เรา อาจจะต่อวีซ่าได้หนึ่งปี หรือสองปี ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของเจ้าหน้าที่ที่สัมภาษณ์ค่ะ ถ้ามีแฟนคนใหม่ เขาก็อาจจะสัมภาษณ์นานหน่อยค่ะ เพราะเจ้าหน้าที่ไม่มีข้อมูลของแฟนใหม่มาก่อน ควรเตรียมตัวไปสัมภาษณ์ฺให้พร้อมนะคะ เช่น จำที่อยู่ใหม่ ระบุลักษณะของบ้่านใหม่ และกิจกรรมพิเศษที่ทำร่วมกัน และถ้าจำชื่อญาติๆ ของแฟนใหม่ของแม่ได้ด้วยจะดีค่ะ |
|
|
|
![]() ![]() |
| Lo-Fi Version | Time is now: 9th September 2010 - 11:40 PM |