ประกาศ
เนื่องจากทางเว็บได้แยกหมวดหมู่วีซ่าต่างๆออกเป็นห้องใครห้องมันแล้ว แต่กระทู้เก่าๆมีเยอะมาก
จึงอยากรบกวนให้เจ้าของกระทุ้นั้น ช่วยเข้ามาตอบกระทุ้ของตนเอง ว่ากระทุ้ที่ตนเองได้เขียนไปนั้น เป็นกระทู้เกี่ยววีซ่าชนิดไหน แล้วควรจะไปอยู่ในห้องไหนซึ่งในหมวด วีซ่าต่างๆ
(Banthai Administrator's Team)
![]() ![]() |
| Guest_Jee_* |
Dec 17 2007, 08:57 AM
Post
#1
|
|
Guests |
ตอนนี้สับสนและเครียดมากเลยกับระยะเวลาการรอคอยสัมภาษณ์วีซ่า UT เพราะต้องรอถึง2เดือนกว่าแน่ะ
ไปยื่นเรื่องไว้ที่สถาณฑูต 27 พฤศจิกายน 2550 ได้คิวสัมภาษณ์ 19 กุมภาพันธ์ 2551 ปัจจุบัน จีทำงานเป็นวิศวกรโยธาให้บริษัทญี่ปุ่นแห่งหนึ่งในท่าเรื่อแหลมฉบัง ตอนแรกบริษัทได้งานต่อเติม ที่รวมสัญญาแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ แต่บริษัทดันประมูลงานได้ที่เวียดนามซะก่อน ก็เลยยกโครงการนี้ให้กับผู้รับเหมาที่เคยร่วมงานกันอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งทำให้จีไม่ได้เซ็นต์สัญญาตัวใหม่กับบริษัท และสัญญาตัวปัจจุบันจะหมดในวันที่ 12 มกราคมนี้ หลังจากนั้นก็จะกลายเป็นคนว่างงานโดยปริยาย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการขาดรายได้ เพราะตอนนี้จีก็ซัพพอร์ตครอบครัวคนเดียว พ่อเพิ่งจะเกษียณ ไม่ได้ทำงานแล้ว ส่วนแม่ก็เป็นแม่บ้านเฉยๆ ไม่มีรายได้อะไร พี่ชายคนเดียวที่อยู่ต่างประเทศก็เพิ่งจะกำลังสร้างเนื้อสร้างตัว จึงไม่อยากจะรบกวน แฟนจีที่อยู่สวีเดนเค้ามีเพื่อนที่ทำงานเกี่ยวกับนำเข้าอาหาร, ผัก และผลไม้จากต่างประเทศ และเค้ากำลังต้องการผู้ช่วยที่ไม่จำเป็นที่พูดภาษาสวีเดน แต่ต้องพูดภาษาอังกฤษได้ ซึ่งถ้าจีไปถึงสวีเดน ระหว่างที่รอเรียนภาษาก็สามารถช่วยแบ่งเบางานเพื่อนเค้าได้ แล้วก็ได้เงินใช้ด้วย ซึ่งก็จะไม่มีปัญหาถ้าต้องการจะส่งเงินให้พ่อกับแม่...อันนี้แบบว่าเรื่องจริงนะคะ ไม่ช่ายมุขสาวไทยหรอกฝาหรั่ง คริๆ แต่กระนั้นเลย..เมื่อได้อ่านดูกระทู้ของเพื่อนๆแล้วรู้สึกใจหายแว๊บบบ... เพราะหลายๆคนรอคิวนานถึงนานมาก บางคนปาเข้าไป7เดือน 8 เดือน...เซ็งชีวิต สงสัยของจีก็คงจะนานไม่แพ้กัน เพราะยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสด้วย ได้ยินว่าคนโสดจะรอนานกว่าคนจดทะเบียนแล้ว (จริงรึเปล่าช่วยเคลียร์ด้วยค่ะ)...เครียดๆๆๆๆ ก็เลยอยากจะสอบถามเพื่อนๆดูว่า จะเป็นไปได้มั๊ยถ้าจะมีการลดหลั่นขั้นตอนการรอคอยลงบ้าง อย่างเช่นโทรไปขอเลื่อนนัดวันสัมภาษณ์ให้เร็วขึ้น หรือหลังสัมภาษณ์โทรไปตามเอกสารได้ที่ไหน หรือตามกับใคร??? เฮ้อ... เพราะตอนนี้ปัญหาเศรษฐกิจกำลังรุมเร้าเข้ามาในหัว 3 เรื่อง 8 เรื่อง ครั้นจะรบกวนแฟนไม่เอาดีกว่า แค่ไปอาศัยอยู่บ้านเค้าก็รบกวนซะเหลือเกินแล้ว หรือจะหางานใหมระหว่างรอวีซ่า่ก็ต้องเซ็นต์สัญญาตัวใหม่ แล้วสัญญางานก่อสร้างแบบสั้นๆ 3 เดือน6 เดือน ก็ไม่ค่อยจะมีอยู่ด้วย ขืนได้งานใหม่แล้วแบบว่าสัญญายาวบรื้ด ถ้าได้วีซ่าแล้วมันก็ต้องรีบบินไปภายในเวลา 3 เดือน (ความรู้ใหม่เมื่อกี้โทรถามถานฑูตมาค่ะ) แถมไอ้งานใหม่ใช่จะหากันง่ายๆเล่า โอย...จน เครียด กินเหล้า!!! ใครเคยประสบปัญหาแบบนี้ หรือกำลังประสบอยู่เข้ามาเมนต์ได้เต็มที่นะคะ หรือแชร์หลังไมค์ก็ได้ค่ะ...คิดไม่ออก ขอเอาหัวโขกคีย์บอร์ดตายละกัน เฮอๆ!!!กำ [size=5] |
|
|
|
| Guest_atom_* |
Dec 17 2007, 10:51 AM
Post
#2
|
|
Guests |
ใจเย็นๆนะคะ บางคนก็ไม่นานมากหรอกค่ะ แล้วแต่เมืองด้วย ของเราตั้งแต่ยื่นเอกสารรอสัมภาษณ์ 2 เดือนเหมือนกัน แต่หลังสัมภาษณ์จะเร็วมากๆเลยค่ะ รวมแล้วทั้งหมดตั้งแต่ยื่นเอกสารก็สามเดือนกว่านิดหน่อยเอง เพราะฉนั้นใจเย็นๆนะคะ ทุกปัญหาย่อมมีทางออก สู้ๆๆนะ
เป็นกำลังใจให้ค่ะ |
|
|
|
| Guest_Bhumjai_* |
Dec 17 2007, 12:55 PM
Post
#3
|
|
Guests |
หลังจากสำภาษณ์แล้ว จะได้รับการอนุมัติเร็วหรือช้านั้นก็แล้วแต่กรณีๆ ไปนะค่ะ บางที่คนน้อยเจ้าหน้าที่ทำงานเร็ว หลักฐานต่างๆของแฟนและความสัมพันธ์ของคุณกับแฟนดูน่าเชื่อถือ เรื่องก็อาจจะเร็ว แต่ถ้าไมกรชั่นเขตที่แฟนคุณอยู่ คนเยอะ เจ้าหน้าที่ก็มีงานเยอะปด้วยก็อาจจะช้าหน่อยน่ะค่ะ
สำหรับเรื่องงานและเงิน เราแนะนำว่าคุณควรจะปรึกษาแฟนนะค่ะ ในเมื่อคุณยอมทิ้งทุกอย่าง เสียสละทั้งอนาคต หน้าที่การงาน เงินเดือนที่ดี ให้เค้าทั้งชีวิตแบบนี้แล้ว เรื่องแค่นี้นิดเดียวทำไมเค้าจะช่วยคุณไม่ได้ และกรณีถ้าเค้าปฏิเสธที่จะช่วยเราว่าคุณต้องพิจารณาแล้วล่ะค่ะว่าควรมาอยู่กับเค้าหรือไม่ การใช้ชีวิตคู่คือต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันนะค่ะ คุณเชื่อมั้ย หลายๆคู่เจอปัญหาเพราะความไม่เคลียร์เรื่องเงินๆทองๆให้เรียบร้อยก่อน ฝ่ายหญิงเองก็คิดว่าไม่อยากรบกวน พอมาแล้วค่อยหางานหาเงินส่งไปให้ทางบ้านเอง เค้าจะไม่ได้ว่าหรือดูถูกเรา แต่พอมาจริงๆแล้วงานมันหาไม่ได้ง่ายๆน่ะค่ะ ก็ต้องมาเอ่ยปากขอ บางคู่เจอฝ่ายชายดีก็ดีไป แต่มันไม่ใช่ทุกคนนี่ค่ะ สำหรับตัวเราเอง ก่อนมาอยู่ที่นี่ หน้าที่การงานและเงินเดือนของเราที่เมืองไทยจัดอยู่ในขั้นดีเลยทีเดียว ก่อนมาเราบอกสามีเลยว่า เมื่อชั้นย้ายมาอยู่ที่สวีเดนกับคุณแล้ว เท่ากับชั้นต้องไปเริ่มใหม่ที่ศูนย์ ไม่มีงาน ไม่มีเงินเดือน แต่ตัวชั้นเองยังมีภาระและหน้าที่ ชั้นยังต้องดูแลแม่ชั้นอยู่นะ เธอจะซัพพอร์ตชั้นเรื่องนี้ได้มั้ย และไม่ใช่ว่าชั้นจะต้องมานั่งแบมือขอเงินเธอเป็นเด็กๆนะ ถึงเวลาเธอต้องโอนเงินให้ชั้นจับจ่ายใช้สอยช้อปปิ้งบ้างตามประสา ไม่ต้องมากต้องมายแต่ต้องมีมั่ง พอพูดแล้ว แฟนก็โอเค แล้วเราก็มาอยู่อย่างสบายใจ เคลียร์ก่อนมาให้เรียบร้อยตัวเราเองก็สบายใจ ฝ่ายชายรับรู้และพร้อมที่จะช่วยก็สบายใจ สรุปสบายใจทั้งสองฝ่าย ที่เล่าเรื่องของตัวเองนี่ไม่ใช่อะไรนะค่ะ แค่อยากให้คุณคิดดีๆ การรบกวนเรื่องเงินทองจากแฟนไม่ใช่เป็นการลดคุณค่าของคุณ แต่มันเป็นพื้นฐานสำคัญที่คนรักกันอยู่ด้วยกันต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกันค่ะ |
|
|
|
| Guest_RSB_* |
Dec 17 2007, 01:05 PM
Post
#4
|
|
Guests |
Im agree with khun Bhumjai...something like that you both need to talk and discuss very cleary ja..then no problems after...
Godd luck for the visa.. Latt (IMG:style_emoticons/default/smile.gif) |
|
|
|
| Guest_sisi:)_* |
Dec 17 2007, 02:22 PM
Post
#5
|
|
Guests |
ใจเย็นๆ ค่ะ (IMG:style_emoticons/default/smile.gif) อย่างเคทของพี่ รวมเวลารอสัมภาษณ์ด้วยประมาณ 3 เดือนนิดเอง(รอสัมภาษณื 2 เดือนกว่า) อยู่สต็อกโฮล์ม ยังไม่ได้แต่งงานเป็นsambo อย่างที่แมนบอกหลังจากสัมภาษณ์นี่ต้องแล้วแต่กรณี ส่วนเรื่องการเงินก็แนะนำให้คุยกัน นอกจากครอบครัวพ่อแม่ของเรา ก็มีแต่เค้าที่ใกล้ชิดกับเราที่สุด คนที่เราจะฝากอนาคตและร่วมสุขร่วมทุกข์ด้วยได้ เราคงสามารถคุยกับเค้าได้ทุกเรื่อง(หรือเกือบทุกเรื่อง (IMG:style_emoticons/default/tongue.gif) ) เราอาจจะรู้สึกอึดอัดและลำบากใจบ้างถ้าต้องคุยกับเค้าเรื่องเงินๆ ทองๆ เพราะเคยทำงานและใช้เงินตามใจคิด คุยกับเค้าก่อนเถอะค่ะ อย่างน้อยเค้าอาจช่วยหาทางออกให้เราได้ หรืออย่างน้อยที่สุดก็เป็นกำลังใจให้กันและกันได้ ชีวิตไม่ง่ายแต่คงไม่ได้ยากซะจนแก้ไขไม่ได้หรอกค่ะ (IMG:style_emoticons/default/smile.gif) เอาใจช่วยนะคะ (IMG:style_emoticons/default/wink.gif)
|
|
|
|
| Guest_mini_* |
Dec 17 2007, 03:09 PM
Post
#6
|
|
Guests |
เรื่องแฟนน่ะ เราก็ควรจะแจ้งสถานการณ์ให้เขาทราบว่า
เดี๋ยวเดือนหน้าเราจะตกงานนะ เราควรจะหางานใหม่เลยดีมั้ย ส่วนเค้าจะเอ่ยปากช่วยเหลือหรือไม่ก็แล้วแต่เค้าค่ะ เพราะสมมติว่าถ้าเราขอ แล้วสมมติว่าเค้าไม่ให้ หรือว่าเอ่ยปากว่าจะให้ยืมแล้วเราค่อยคืนทีหลังก็ได้ จากมุมมองของหญิงไทย มันอาจจะทำให้เสียใจไปใหญ่ ถ้ามีปัญา ครอบครัวเดียวกันมันต้องช่วยกันอยู่แล้ว เราคิดว่าควรให้พ่อกับแม่เอ่ยปากให้พี่ชายช่วย ยังไงพี่ชายก็คงจะช่วยเหลือได้ตามสภาวะ ส่วนเรา ก็ควรจะหางานทำตั้งแต่ตอนนี้แหละค่ะ ก็อาจจะทำงานออฟฟิตทั่วไปก็ได้ค่ะ ก็จะได้ช่วยกันผ่อนภาระ คนละนิดคนละหน่อย ถ้าโอ่งมันหนัก ก็หาหลายๆ มาช่วยกันแบก ถ้าจะหวังจะให้คนๆ เดียวมาแบกรับภาระ เดี๋ยวหลังจะหัก สำหรับเราเป็นแซมโบ้กันกับแฟน เราก็เคยช่วยเหลือแฟน ตอนแฟนลำบากเหมือนกัน แต่เขาไม่ได้เอ่ยปากขอให้เราช่วยนะคะ เราก็รู้ว่าเค้าลำบาก เราก็เลยอยากช่วยเหลือบ้างตามที่เรามี แต่ก็ไม่ได้เป็นเงินที่เยอะจนเกินไป ตอนแรกเค้าก็ปฏิเสธ เพราะว่าไม่อยากให้มีเรื่องเงินทองระหว่างเรา แต่เราก็คะยั้นคะยอ บอกว่าเงินของเราที่นอนอยู่ในแบ้งค์มันก็ไม่มีดอกเบี้ย ถ้าเธอยืมเงินจากบัตรมาสเตอร์การ์ดมันต้องจ่ายดอกเบี้ยอยู่ดี ให้เธอเอาดอกเบี้ยมาให้ชั้นใช้ซะยังจะดีกว่า (ฮิ ฮิ) (มีตอนหนึ่งที่ทะเลาะกับแฟน เราก็บรรลุสัจธรรมว่าต่อไปเราไม่เอ่ยปากให้ยืม เพราะถ้าเกิดทะเลาะกัน มันจะได้ไม่ต้องมีเรื่องติดค้างคาใจ ถึงเราคิดว่าเขาจะคืนก็เถอะ) เอ้ายังไม่ได้ตอบคำถามเลย เรื่องวีซ่ามันก็แล้วแต่โชคชะตาเหมือนกันค่ะ แต่ยังไงเขาก็การันตีว่าไม่เกินหกเดือน เราโทรไปตามเรื่องได้ แต่มันก็ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่นั่นแหละค่ะ |
|
|
|
| Guest_yourlittlestar_* |
Dec 17 2007, 03:46 PM
Post
#7
|
|
Guests |
ขอต่อสัญญาจนได้วีซ่าถาวรได้มั้ยอ่ะ หรือไม่ก็หลังจากเดือนมกราคมก็หางานทำแบบพาร์ทไทม์ทำไปจนกว่าจะได้วีซ่าน่ะค่ะ มันจะมีงานแบบที่เขาจ้างชั่วคราวสามเดือนอ่ะค่ะ
ถ้าออกจากงานที่แหลมฉบังแล้วย้ายเข้ามาอยู่ในกรุงเทพระหว่างรอวีซ่าก็ดีน่ะค่ะ เพราะว่างานในกรุงเทพหาง่ายมากค่ะ หลังสัมภาษณ์วีซ่าก็น่าจะรอประมาณสามถึงห้าเดือน แถมระหว่างรอก็ได้ตังค์กินหนมและไม่ต้องว่างงานด้วยค่ะ ยิ่งถ้าไม่มีงานมีภาระแล้วต้องมาคิดถึงแฟน ห่วงแต่เรื่องวีซ่าเดี๋ยวยิ่งไปกันใหญ่ เราก็ใช้ชีวิตของเราไปเรื่อย ๆ ตามเวลาดีกว่าค่ะ ตอนดาวน้อยกลับไปรอวีซ่าเมือปีที่แล้ว ระหว่างรอวีซ่าดาวน้อยมีเรื่องต้องทำก็ทำ ๆ ให้เสร็จไปเป็นเรื่อง ๆ ค่ะ กว่าจะได้มาก็ตั้งกันยาแนะ ไม่ต้องรีบร้อนน่ะ เราก็เข้าใจน่ะว่าอยากอยู่กับแฟน ดาวน้อยยื่นพย (ให้น้องยื่นให้) ได้สัมภาษณ์ประมาณกพเหมือนกันค่ะ วีซ่าถาวรออก พค ดาวน้อยกลับไทย ธค ปีที่แล้วค่ะ ก่อนกลับดาวน้อยก็หางานทางเน็ตค่ะ พอกลับไปก็เดินสัมภาษณ์บ้าง ได้สัมภาษณ์ที่สมัครไปแล้วบ้าง เที่ยวเล่นบ้าง ช่วงสองอาทิตย์แรกเพราะต้องปรับตัวเรื่องเวลานอนด้วย ไม่เกินสามอาทิตย์ก็ได้งานค่ะ ยิ่งถ้ามีประสบการณ์การทำงานกับบริษัทต่างชาติ ดาวน้อยคิดว่าหางานได้ง่ายมากค่ะในกรุงเทพ ไม่ต้องกังวลค่ะ ไม่ใช่เรืองใหญ่ ชิล ๆ |
|
|
|
| Guest_Nicky_* |
Dec 17 2007, 04:39 PM
Post
#8
|
|
Guests |
แนะนำว่าให้ไปเรียน ค่ะ เรียนทำอาหาร หรือเรียนจัดดอกไม้แกะสลัก ทีเขาเปิดเป็นคอสสั้นๆ ค่ะ
รอเวลาจะทำให้ไม่รู้สึกว่า เรารอวีซ่านานจนเกินไปค่ะ ทำมาแล้วค่ะ หลังจากออกจากงาน ไม่มีอะไรทำ เคว้งมากๆ เข้ามาอ่านเจอกระทู้ในเว็บบ้านไทย เลยไปเรียนคอสระยะสั้น แป๊บเดียวก็จบ แป๊บเดียวก้อได้วีซ่าค่ะ แนะนำว่าให้แฟนโทรไปถามที่ immigration บ่อยๆ ทุกวันได้ยิ่งดี เจ้าหน้าที่เขาจะได้รำคาญเรา (IMG:style_emoticons/default/laugh.gif) (แฟนบอกมา) ส่วนเรื่องเงินก็ต้องคุยกันค่ะ ถ้าแฟนเขาเข้าใจก็ ok คงไม่มีปัญหาอะไรมาก ทุกปัญหามีทางแก้ เป็นกำลังใจให้ คะ กี้ |
|
|
|
| Guest_Jee_* |
Dec 18 2007, 04:34 AM
Post
#9
|
|
Guests |
Atom: โชคดีจังเลยค่ะที่ได้วีซ่าเร็วอย่างงั้นขอบคุณนะคะที่มาช่วยเป็นกำลังใจ
Bhumjai: คุณอธิบายได้น่ารักมากๆเลย แต่ถ้าจีเอ่ยปากขอแฟน เค้าก็คงเซ YES ย่างแน่นอนค่ะเพราะเคยคุยกันแล้วเรื่องนี้ และถูกต้องที่สุดค่ะที่คนเรารักกันไม่ใช่จะร่วมแต่สุขกันอย่างเดียว แต่ขอไว้เป็นไม้สุดท้ายดีกว่า เอาไว้ในกรณีที่เลื่อนสัมภาษณ์ไม่ได้ แล้วต้องว่างงานไปหลายๆเดือน ยังงัยก็ขอบคุณมั่กๆนะคะที่ช่วยชี้แนะให้ และก็อาจจะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนที่เพิ่งจะเข้ามาอ่านด้วยค่ะ RSB: Thanks a lot for your opinion (IMG:style_emoticons/default/smile.gif) it would be much appreciate sisi:): ขอบคุณมากนะคะที่มาช่วยเป็นกำลังใจให้ ถ้าได้เร็วๆอย่างงี้สามเดือนกว่าก็คงดีใจไม่น้อยเลยทีเดียว mini: ถ้าสถาณฑูตไม่เลื่อนสัมภาษณ์ให้ก็คงจะต้องหางานใหม่ค่ะ แต่คงไม่เอาแบบที่สัญญายาวๆ เพราะถึงเวลาบินจะได้ไม่ต้องเบรคมัน แถมเสียประวัติอีกต่างหากค่ะ ตอนนี้ก็คงภาวนาให้เค้าใจอ่อนอย่างเดียว...เพี๊ยง!!! yourlittlestar: ถ้าต่อก็ต้องตามเจ้านายไปเวียดนามค่ะซึ่งมันก็จะเป็นเรื่องยุ่งยากอีกเพราะต้องทำสัญญากันปีต่อปี ผู้รับเหมาที่เคยดิวงานกันอยู่เค้าก็มีวิศวกรประจำของเค้าอยู่แล้ว เคยเช็คแล้วค่ะ เสียบไม่ได้เลย... (IMG:style_emoticons/default/sad.gif) ส่วนเรื่องย้ายไปอยู่กรุงเทพคงเป็นไปได้ยากค่ะ เพราะคิดว่าจีควรจะใช้เวลาอยู่กับพ่อและแม่ให้มากที่สุด เพราะถ้าบินไปอยู่กับแฟนแล้วคงเป็นปีๆที่จะกลับมาเจอแกอีก ทุกวันนี้ถึงขับรถไปกลับแหลมฉบัง-ระยองเอาอ่ะค่ะ เหนื่อยแต่ทนเอา ค่าน้ำมันก็แพงเหลือทน..เฮ้อ!!! Nicky: น่าสนใจมากค่ะ เผื่อเอาไปใช้เป็นประโยชน์เวลาที่อยู่ที่โน่นได้ เดี๋ยวจะบังคับให้แฟนโทรไปจิกเลยอ่ะ...อิมมิเกรชั่นเค้าก็คงจะรำคราญไม่น้อยเลย เมื่อวานโทรไปสถาณฑูตมาค่ะ โชคดีเป็นผู้หญิงรับเค้าไม่ค่อยถามอะไรมากแถมยังช่วยอธิบายว่าสถาณฑูตนี่ยุ่งจริงๆ สงสัยจะจริงค่ะเพราะตอนนี้คิวสัมภาษณ์ยาวเหยียดไปปลายเดือนมีนาแล้ว...อะจึ๋ย!! เพราะทุกคนก็อยากจะไปฉลองปีใหม่หรือไม่ก็วาเลนไทน์กะแฟนก็คงเร่งวันเร่งคืนกันทุกคน...อะไรประมาณนั้น แต่ของจีไม่ใช่อย่างงั้นมันลึกซึ้งและ base on ความจริงทุกประการ แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรมากค่ะ แค่ท้าวความเหมือนที่โพสเอาไว้ข้างบน น้ำเสียงเค้าก็เหมือนจะเห็นใจแต่ก็คงไม่กล้าช่วยอะไรมาก อาจจะเจอที่แบบว่าหลายกรณีที่หนักๆกว่าจีก็อาจจะเป็นได้ เมื่อวานก็เลยมีโอกาสเล่าให้แม่ฟัง ก็มีความเห็นตรงกันว่าถ้าจีตกงานหลังหมดสัญญาแล้ว เราก็คงจะกินบุญเก่ากันไปก่อน ก็คงใช้สอยอย่างประหยัดที่สุด เพราะในเมื่อรายได้ไม่มีแต่รายจ่ายคงที่มันก็ลำบากอยู่เหมือนกันค่ะ แม่ก็ไม่ค่อยออกความเห็นอะไรมากเพราะคงกลัวเราจะเสียใจ ก็ได้แต่ให้กำลังใจแล้วก็มานั่งคิดกันว่าจะทำอะไรต่อไป...แม่เห็นจีเครียดแกก็คงเครียดไปด้วยตามๆกัน วันนี้กะว่าถ้าว่างจะลองโทรไปหาสถาณฑูตอีกทีนึงเผื่อจะโชคดี จีไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่ที่นั่นเยอะหรือเปล่า แบบว่ากลัวโทรไปเจอคนเดิมแล้วพูดเรื่องเดิมเค้าก็คงรำคราญแย่แน่ๆเลยล่ะ แต่ขอให้เจอผู้หญิงเถอะเพราะยังงัยเค้าก็น่าจะเข้าใจมากกว่าผู้ชาย ก็ไม่รู้จะเตรียมคำพูดอะไรให้ดูดี อาจจะอ่านให้ฟังตามที่เขียนนี้ซะเลย ถ้าโชคดีเลื่อนมาเป็นเดือนมกราคมกลางๆเดือนนี้ก็คงจะดีมากเลย เพราะกว่าจะผ่านขั้นตอนกระบวนการร้อยแปดในการพิจรณาขอวีซ่าอาจจะเลยไปหน้าร้อนที่สวีเดนก็เป็นได้... โห...ก็หลายเดือนอยู่นะ ไม่รู้จะทำงัยก็ได้แต่นั่งตาปริบๆรอไปก่อน อาจจะไปหาที่เรียนงานฝีมืออย่างที่พี่นิคกี้บอกก็เป็นได้ แถวนี้มีศูนย์พระเทพฯอยู เรียนฟรีค่ะ่ |
|
|
|
| Guest_PenPai_* |
Dec 18 2007, 07:25 AM
Post
#10
|
|
Guests |
ปายเชื่อว่าคงไม่ใช่เพราะเจ้าหน้าที่เค้าใจอ่อนหรือว่าใจแข็งหรอกค่ะ แต่เป็นเพราะตารางมันแน่นจริงๆ ถึงเค้าเห็นใจแค่ไหนคงช่วยอะไรไม่ได้ ถ้ายังไง ลองโทรใหม่ดูค่ะ ขอให้เจอเจ้าหน้าที่ใจดีพูดกับคุณจีดีๆ ก็แล้วกัน (IMG:style_emoticons/default/wink.gif) เป็นปาย |
|
|
|
| Guest_pichamon_* |
Dec 18 2007, 08:45 AM
Post
#11
|
|
Guests |
แต่ละคนก็มีปัญหาไม่เหมือนกัน และทางแก้ไขก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณด้วย เข้าใจว่าคุณคงไม่อยากรบกวนแฟน เพราะยังไม่ได้แต่งงานกันด้วย ก็ขนาดจะไปอยู่บ้านเดียวกับเค้ายังเกรงใจเขาเลยอ่ะ ลองหารายได้พิเศษทำมั้ยละคะ เงินเดือนไม่มากมายเท่าของเก่าที่คุณได้รับ แต่แค่เลี้ยงตัวเองได้ก็พอ ส่วนพ่อแม่เห็นทีต้องให้พี่ชายช่วยไปก่อน คุยกับเขาว่าช่วงที่คุณตกงานอยู่นี่ช่วยก่อนได้ไหม พอคุณไปอยู่สวีเดนได้งานใหม่มีเงินแล้ว คุณจะรับผิดชอบเหมือนเดิม ส่วนระยะเวลาการได้วีซ่า มันเอาแน่เอานอนไม่ได้จิงๆค่ะ แต่วิธีที่สมาชิกทุกคนแนะนำก็โอเคนะคะ
|
|
|
|
| Guest_tapachkorn_* |
Dec 18 2007, 10:55 AM
Post
#12
|
|
Guests |
เข้ามาเป็นกำลังใจให้ ขอให้ใจเย็นๆนะคะ หลังสัมภาษณ์จะเร็วมากๆเลยค่ะ ...ขอให้โชคดีนะคะ (IMG:style_emoticons/default/laugh.gif)
|
|
|
|
| Guest_mini_* |
Dec 18 2007, 12:27 PM
Post
#13
|
|
Guests |
ใจเย็นๆ ค่ะ มันน่าจะมีงานแปลภาษา หรืองานฟรีแลนซ์อะไรที่ทำอยู่ที่บ้านได้นะคะ
แต่การจะได้งานมา เราต้องรู้จักคนในแวดวง ให้เค้าชี้นำแนวทางและแบ่งงานมาให้เรา มาคิดๆ ดู เรื่องมันก็จริงอย่างคุณแม่น้องภูมิใจเตือน คุณควรจะคุยกับแฟนเรื่องภาระที่เราต้องรับผิดชอบทางบ้านด้วยค่ะ เพราะถึงเราจะได้งานที่สวีเดนก็ตาม มันอาจจะมีช่วงที่เราตกงานเหมือนกันค่ะ เราน่าจะคุยทั้งกับแฟนและพี่ชายว่าจะช่วยเหลือได้คนละเท่าไหร่ สำหรับแฟน เราอาจจะบอกไปด้วยว่าถ้าเราได้งานแล้ว เราก็จะทะยอยคืนเงินให้แฟน แฟนจะได้รู้สึกดีๆ (อันที่จริง มันเป็นเรื่องอัฐยายซื้อขนมยาย เพราะคนที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน มันก็ใช้จ่ายร่วมกันอยู่แล้ว ถ้าเราต้องกันเงินส่วนนึงไปให้แฟนและครอบครัว แฟนก้อต้องเป็นคนจ่ายค่ากินอยู่ ค่าประกันจิปาถะต่างๆ นั่นเอง และถ้าแต่งงานไปแล้ว ยังไงมันก็กระเป๋าเดียวกันนั่นแหละ อัฐยายซื้อขนมยาย) สำหรับเรื่องสถานฑูต เราขอให้ความเห็นว่า เราไม่ควรอ้างเหตุผลเรื่องภาระทางบ้านของเรากับสถานฑูตเขา เพราะหนึ่ง เกรงว่าทางเจ้าหน้าที่อาจจะคิดว่าเราไม่พร้อมที่จะไปใช้ชีวิตที่สวีเดนค่ะ และสอง อันที่จริงเรื่องสาเหตุที่ต้องรับผิดชอบทางบ้าน มันทำให้เราเครียดก็จริงอยู่ แต่ว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวของเรา ที่เราต้องดูแลหาทางจัดการเอง ถึงแม้ว่าทางเจ้าหน้าที่ เขาจะเห็นใจเรามากก็ตาม แต่มันก็ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของเขา มันไม่เหมือนกับกรณีที่ ถ้าเราอยากจะไปคลอดที่สวีเดน เรื่องอย่างนี้จนท ควรจะเร่งๆ เรื่องให้หน่อย เพราะว่ามันเป็นเรื่องของเวลา ที่มีแต่เจ้าหน้าที่เท่านั้นที่จะช่วยแก้ปัญหาได้ |
|
|
|
| Guest_Bfer_N_* |
Dec 18 2007, 12:29 PM
Post
#14
|
|
Guests |
โทรเลื่อนวันสัมภาษณ์ คิดว่าคงไม่ได้ค่ะ เพราะทางสถานทูตที่เมืองไทย เขาจะทำงานกันจริง ๆ ถ้าเขาบอกว่า ตารางแน่น ก็คือแน่นค่ะ แล้วหลังสัมภาษณ์ก็ไม่ใช่ว่าจะได้วีซ่าเร็วน่ะค่ะ เพราะกว่าจะส่งมาที่นี่ กว่าที่นี่จะดึงเรื่องคุณออกมาจากกองเอกสาร ก็ใช้เวลานานเลยค่ะ เพราะของคุณปัญหาเรื่องงานจะหมดสัญญา เขาถือว่าไม่เร่งด่วนค่ะ นอกเสียจากว่าจะท้อง นั่นแหละเขาอาจลัดคิวให้บ้าง
ก็อยากจะให้คุยกะแฟนให้เคลียร์น่ะค่ะ เรื่องช่วยทางบ้าน เพราะถ้าเขาถามมาว่า แล้วพี่ชายช่วยบ้างหรือเปล่า ทีเนี้ยแหละค่ะ ปัญหาจะมาตกที่คุณกะแฟน ใหม่ ๆ ก็โอเค แต่ผ่านไปสักหน่อย มันจะรู้สึกคลางแคลงใจกันมากขึ้นน่ะค่ะ แล้วสุดท้ายตัวคุณเองจะเป็นทุกข์หนักกว่าเก่าอีก เห็นด้วยกะหลาย ๆ ความคิดเห็นน่ะค่ะว่า ให้หางานทำไปก่อน หรือไม่ ก็ออกปากให้พี่ชายช่วยบ้าง เป็นครอบครัวเดียวกันมันก็ต้องช่วยกันอ่ะค่ะ อย่างคุณดาวน้อยว่า งานในกรุงเทพอ่ะหาง่ายค่ะ ทำเป็นพาทไทม์ก็ได้ พ่อแม่หวังพึ่งเราอยู่ อยากให้คิดตรงนี้เป็นหลักก่อนน่ะค่ะ เพราะถ้ามัวแต่ไปคิดเรื่องวีซ่า แล้วมันไม่ได้อย่างที่หวัง จะทำให้ท้อมากขื้นไปอีกน่ะค่ะ ขอให้โชคดีค่ะ |
|
|
|
| Guest_*LillaMy*_* |
Dec 18 2007, 10:36 PM
Post
#15
|
|
Guests |
ทุกๆคนช่วยให้แนวทางแล้ว พี่ชบาให้กอดอุ่นๆ ผ่านป้าซูไป(ถ้านัดเจอกัน)
ขอให้ผ่านมันไปได้ และทุกอย่างลงตัวเร็วๆค่ะ |
|
|
|
| Guest_Jee_* |
Dec 19 2007, 04:57 AM
Post
#16
|
|
Guests |
PenPai: ขอบคุณน้องเป็นปายมากค่ะ(ชื่อเก๋ดีเนาะ) จะลองดูอีกที ตื้อเท่านั้นที่ครองโลก...คริๆๆ
pichamon: สุดท้ายถ้าไม่ไหวจริงๆก็คงต้องเอ่ยปากกะพี่ชายก่อนเป็นดีที่สุด ขอบคุณค่ะที่ช่วยเข้ามาแนะนำ tapachkorn: ขอบคุณค่ะ mini: ขอบคุณอีกครั้งนะคะที่ช่วยเข้ามาเม้นต์อีกรอบ สโลแกนน่ารักมากเลยค่ะ Bfer_N: ต้องท้องอย่างเดียวเลยเหรอคะถึงเค้าจะลัดคิวให้อ่ะ เหนื่อยใจ... ยังงัยก็ขอบคุณนะคะที่มาช่วยแนะนำกัน *LillaMy*: พี่ชบาขอบคุณหลายๆนะคะ ยังไม่ได้ไปเจอป้าซูเลยค่ะ เมื่อวานแกผ่านมาแถวนี้แล้วยังไม่มีโอกาสไปหาเลยอ่ะ...แย่จัง ขอบคุณทุกๆคนมากนะคะ ที่ช่วยมาเมนต์กันและก็เป็นกำลังใจให้ ทำให้รู้สึกมีกำลังใจขึ้นเยอะเลยค่ะ (IMG:style_emoticons/default/biggrin.gif) |
|
|
|
| Guest_Sotalillasai_* |
Dec 21 2007, 08:13 PM
Post
#17
|
|
Guests |
เฮ้ยจีลองโทรไปเรื่อยๆ เผื่อช่วงไหนเค้ามีโปรโมชั่นเลื่อนให้ ฮ่าๆ เป็นกำลังใจให้นะตะเอง อะไรก็เกิดขึ้นได้เพื่อนสาว
ทราย (IMG:style_emoticons/default/laugh.gif) |
|
|
|
| Guest_PenPai_* |
Dec 25 2007, 10:14 AM
Post
#18
|
|
Guests |
QUOTE(Sotalillasai @ Dec 21 2007, 08:13 PM) [snapback]45953[/snapback] เฮ้ยจีลองโทรไปเรื่อยๆ เผื่อช่วงไหนเค้ามีโปรโมชั่นเลื่อนให้ ฮ่าๆ เป็นกำลังใจให้นะตะเอง อะไรก็เกิดขึ้นได้เพื่อนสาว ทราย (IMG:style_emoticons/default/laugh.gif) เข้ามาแซวพี่ทราย แหมๆๆๆๆ ตัวเองสบายใจแล้วอ่ะจิ อิอิ ได้ไปอยู่กับแฟนแล้ว อิจฉาๆๆๆ (IMG:style_emoticons/default/laugh.gif) |
|
|
|
| Guest_undaman_* |
Dec 25 2007, 08:51 PM
Post
#19
|
|
Guests |
I´m agree with khun Bhumjai and khun Latt also. you must cool na ka..me leaf anything in Bkk like you.
something like that..you must talk with b/f. then no problem when you live here. one day you might be get a problem about money...maybe that time b/f maybe not a b/f. Get a visa not hard..But alive in sweden not easy... One day..you will get all by your self...and time can´t return. keep cool na ka. <i living in city Helsingborg too. Villkom till Skåne län |
|
|
|
| Guest_Jee_* |
Dec 26 2007, 02:28 AM
Post
#20
|
|
Guests |
QUOTE(PenPai @ Dec 25 2007, 10:14 AM) [snapback]46282[/snapback] เข้ามาแซวพี่ทราย แหมๆๆๆๆ ตัวเองสบายใจแล้วอ่ะจิ อิอิ ได้ไปอยู่กับแฟนแล้ว อิจฉาๆๆๆ (IMG:style_emoticons/default/laugh.gif) อิจฉาเหมือนกันค่ะ อยากจะกรี๊ดสลบ... (IMG:style_emoticons/default/smile.gif) |
|
|
|
![]() ![]() |
| Lo-Fi Version | Time is now: 9th September 2010 - 11:56 PM |